Student Inteview - ตาล

1. ชื่อ:
ตาล
2. ประเทศ:
ไทย
3. ระยะเวลาเรียนภาษาญี่ปุ่น:
6 เดือนที่ไทย (คอร์สบังคับของบริษัท) 1 ปีที่ Japaneasy (คอร์ส General group และ JLPT N3 )
4. ทำไมถึงเรียนภาษาญี่ปุ่น:
เริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นเพราะเป็นคอร์สบังคับของบริษัทที่เคยทำงาน และเรียนไปเพื่อใช้ติดต่อกับเจ้านายและเพื่อนร่วมงานคนญี่ปุ่นเท่านั้น จนเมื่อมีโอกาสได้ไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นหนึ่งปี เลยทำให้รู้สึกว่า ยิ่งได้เกี่ยวข้องกับญี่ปุ่นมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งรู้สึกว่าประเทศนี้มีเสน่ห์ ทำให้รู้สึกสนใจในประเทศนี้มากยิ่งขึ้น ไม่เฉพาะแค่ภาษา แต่ยังรวมไปถึงผู้คน วัฒนธรรม วิถีชีวิต หลักการคิด ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมีความสัมพันธ์กันหมด รวมถึงจนมาถึงตอนนี้รู้สึกเลยว่ายากที่จะถอนตัว
5. การเรียนภาษาญี่ปุ่นเป็นอย่างไรบ้าง:
ยากแต่ก็ท้าทาย โดยเฉพาะการเรียนในประเทศที่ไม่ได้ภาษาญี่ปุ่น หลังจากที่ไม่ได้ใช้ภาษาญี่ปุ่นเลยมา 3 ปีเต็มๆ แต่หลังจากสอบผ่าน N3 ในครึ่งปีที่กลับมาเรียน ทำให้รู้สึกมีแรงผลักดันในการเรียนในระดับต่อไปเรื่อยๆค่ะ
6. ทำไมถึงเลือกเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ Japaneasy:
ตอนที่คิดจะกลับมาเรียนภาษาญี่ปุ่นอีกรอบ ได้เข้าไปคุยกับสองสามโรงเรียนที่อยู่ในเมลเบิร์น หลังจากที่ได้คุยและได้ลองเข้าไปทดลองเรียนหนึ่งครั้งแล้ว จึงตัดสินใจเลือกที่ JAPANEASY ค่ะ เพราะการวางคอร์สที่แบ่งชัดเจนในส่วน conversation และ grammar การเปลี่ยนอ.ที่สอนในแต่ละส่วน ทำให้การเรียนไม่น่าเบื่อ อ.ที่สอนก็เป็นเจ้าของภาษา ทั้งสตาฟก็อัธยาศัยดี และยังให้ข้อมูลต่างๆที่เป็นประโยชน์ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมนอกห้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมญี่ปุ่น รู้สึกไม่ผิดหวังกับการตัดสินใจเรียนที่นี่เลยค่ะ :)
7. ความรู้สึกหลังจากได้เรียนที่ Japaneasy:
บรรยากาศการเรียนสนุกมากค่ะ หลังจากเรียนจบในแต่ละสัปดาห์ทำให้รู้สึกมีแรงบันดาลใจให้เรียนภาษาญี่ปุ่นต่อไปเรื่อยๆ ขนาดของห้องเรียนและจำนวนนักเรียนในห้องกำลังพอดี ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในห้องเรียน อ.และสตาฟเอาใจใส่และให้ความช่วยเหลือด้านการเรียนเป็นอย่างดี ทั้งยังมีนิฮงมูระทุกคืนวันพุธ ทำให้ได้รู้จักพูดคุยกับคนญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ที่เมลเบิร์น และยังได้เพื่อนใหม่ด้วยค่ะ การเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ Japaneasy นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีในชีวิตเลยค่ะ
8. ภาษาญี่ปุ่นที่ชอบและเหตุผล:
改善 ไคเซ็นเป็นหนึ่งในภาษาญี่ปุ่นที่ชอบ แปลตรงๆจะแปลว่าการเปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีขึ้นหรือการพัฒนา แต่คำนี้ถูกใช้อย่างแพร่หลายในความหมายว่าการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไคเซ็นยังเป็นสามารถนำมาใช้เป็นแนวปฎิบัติในชีวิตประจำวันได้ โดยไคเซ็นสอนให้มองปัญหาเป็นโอกาสในการพัฒนา และยังเป็นแรงกระตุ้นในหาแนวทางใหม่ๆในการพัฒนาตัวเองอีกด้วยค่ะ